My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission 

อนิเมะ My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission นับว่าเป็นภาพยนตร์อนิเมะภาคที่ 3 ที่ดัดแปลงมาจากมังงะยอดฮิตในชื่อเดียวกันของ โฮริโคชิ โคเฮย์ โดยได้ทีมงานเบื้องหลังมากฝีมือจากฉบับอนิเมะซีรีส์ และภาพยนตร์สองภาคแรกอย่าง My Hero Academia The Movie: Two Heroes (2018) และ My Hero Academia The Movie: Heroes Rising (2019) กลับมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานอย่างคับคั่ง นำโดย นางาซากิ เคนจิ และ คุโรดะ โยสุเกะ ผู้กำกับและมือเขียนบทจากฉบับอนิเมะซีรีส์ และภาพยนตร์สองภาคแรก และได้สตูดิโอ Bones มารับหน้าที่ดูแลการผลิต รวมถึง Asian Kung-Fu Generation ศิลปิน J-Rock ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นมารับหน้าที่ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในเพลง Empathy และ Flowers

สำหรับภาคนี้ จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ ดูอนิเมะ มิโดริยะ อิสึคุ, โทโดโรกิ โชโตะ และ บาคุโก คัตสึกิ สามเพื่อนซี้เพื่อนกัดแห่งโรงเรียนยูเอ ที่ต้องเข้าร่วมทีมกับโปรฮีโร่จากทั่วโลกเพื่อต่อกรกับ เฟล็ก ผู้นำกลุ่มวิลเลินปริศนา (ชื่อเรียกกลุ่มตัวร้ายภายในเรื่อง) ที่กำลังวางแผนลอบวางระเบิด เพื่อสังหารฮีโร่และผู้มีอัตลักษณ์ (ชื่อเรียกพลังพิเศษภายในเรื่อง) ทั่วโลกให้สิ้นซาก 

แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจู่ๆ มิโดริยะบังเอิญมาพบกับ โรดี้ โซล ชายหนุ่มที่กำลังขโมยของสำคัญบางอย่างไป จนถูกทางการหมายหัวว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มวิลเลิน มิโดริยะ, โทโดโรกิ และ บาคุโก จึงต้องร่วมมือกันแก้ไขความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไปพร้อมกับการหยุดยั้งแผนการร้ายของเฟล็ก

หากหยิบ My Hero Academia  ดูการ์ตูน ฉบับภาพยนตร์ทั้งสามภาคมาเทียบเคียงกัน เรารู้สึกว่าภาพยนตร์ภาคที่ 3 ค่อนข้างมีจุดด้อยในแง่ของเนื้อเรื่องอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการกระจายบทบาทของสามตัวละครหลักอย่างมิโดริยะ, โทโดโรกิ และบาคุโก ที่ถูกโปรโมตตั้งแต่ในตัวอย่างว่า พวกเขาจะมีบทบาทสำคัญในภาคนี้ แต่ด้วยความที่ภาพยนตร์จำเป็นต้องแบ่งเวลามาเล่าเรื่องราวของตัวละครใหม่อย่างโรดี้ให้ผู้ชมได้ทำความรู้จัก จึงส่งผลให้บทบาทของโทโดโรกิและบาคุโกถูกลดทอนลงไปอย่างเห็นได้ชัด

รวมถึงการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างจะสูตรสำเร็จ ไม่มีประเด็นไหนที่ให้ความรู้สึกว่าสดใหม่หรือชวนให้เราติดตามมากกว่าสองภาคแรกเท่าไร จนเราสามารถคาดเดาเนื้อเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะตัวร้ายหลักในภาคนี้อย่างเฟล็ก ที่เรารู้สึกว่าคาแรกเตอร์ของเขายังไม่น่าดึงดูดมากพอ

ขณะเดียวกัน จุดเด่นของภาพยนตร์ที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้สองภาคแรก คือฉากแอ็กชันอันดุเดือดที่เข้ามาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากไล่ล่ากลางเมืองในช่วงต้นเรื่อง ฉากต่อสู้กลางเวหาที่มาพร้อมกับมุมกล้องเท่ๆ ไปจนถึงฉากไคลแม็กซ์สุดเวอร์วังอลังการที่เปิดโอกาสให้มิโดริยะ, โทโดโรกิ และบาคุโกได้โชว์ฝีไม้ลายมือกันแบบไม่ยั้ง ซึ่งเราเชื่อว่าแฟนๆ ของ My Hero Academia จะไม่ผิดหวังกับฉากแอ็กชันในภาคนี้อย่างแน่นอน 

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่เราชื่นชอบมากๆ การ์ตูนวาย และอยากกล่าวถึงเป็นการส่วนตัว คือเหล่าทีมพากย์ไทยมากความสามารถ ที่ยังคงถ่ายทอดบทบาทของทุกตัวละครผ่านเสียงพากย์ออกมาได้ดีเยี่ยมเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น เอิร์ธ-สรวิศ ตงเท่ง กับเสียงตะโกนอันมีเอกลักษณ์ของบาคุโก ที่ทั้งเท่และยียวนกวนประสาทในเวลาเดียวกัน หนึ่ง-ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี ที่ถ่ายทอดคาแรกเตอร์อันสุขุมเยือกเย็นของโทโดโรกิออกมาได้อย่างมีเสน่ห์เช่นเดิม   

รวมถึง ต่าง-ภูเบศ พัฒน์ปรีชา ที่มาให้เสียงพากย์ตัวละครใหม่อย่างโรดี้ ซึ่งเข้ามาเสริมให้ตัวละครตัวนี้โดดเด่นไม่แพ้สามตัวละครหลัก และที่เราไม่กล่าวถึงคงไม่ได้คือ เติ้ล-นนท์ ศรีโพธิ์ ที่ถ่ายทอดทุกมวลอารมณ์ความรู้สึกของมิโดริยะ และชักชวนให้เรามีความรู้สึกร่วมไปกับเขาได้อย่างน่าประทับใจ 

ในภาพรวมแล้ว แม้ว่า My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission จะมีจุดด้อยในแง่ของการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างสูตรสำเร็จ และไม่มีประเด็นที่สดใหม่เท่าไรนัก แต่ภาพยนตร์ก็ทดแทนจุดด้อยตรงนี้ด้วยฉากแอ็กชันเดือดๆ มาให้แฟนๆ ได้ชมกันแบบไม่มีกั๊ก จนทำให้เราต้องตะโกนคำว่า Plus Ultra ไปพร้อมกับพวกเขา

และสำหรับแฟนๆ คนไหนที่ยังไม่เคยรับชม My Hero Academia ฉบับพากย์ไทยมาก่อน เราอยากเชิญชวนให้คุณลองเปิดใจ และตีตั๋วเข้าไปชมฉบับพากย์ไทยดูสักครั้ง เราเชื่อว่าคุณจะได้สัมผัสกับเรื่องราวของ My Hero Academia ที่สนุกสนานและดุเดือดไม่แพ้เสียงต้นฉบับอย่างแน่นอน